เบลเยียม Share

 

ประเทศเบลเยี่ยม เป็นดินแดนที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของฝาก ที่ระลึก ที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจไม่มีวันลืมแต่ก่อนที่จะเดินทาง นักท่องเที่ยวก็ควรที่จะรู้เเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างในประเทศ เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของประเทศเบลเยี่ยม ให้มาได้ชมกัน ร่วมสัมผัสการท่องเที่ยวที่แสนจะอบอุ่นและมีความสุขไปกับเรา

ข้อมูลทั่วไป

             ประเทศเบลเยียม หรือเรียกว่า ราชอาณาจักรเบลเยียม เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก ฝรั่งเศส และทะเลเหนือ เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ แต่ละองค์กร โดยเฉพาะ สนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(North Atlantic Treaty Organization) หรือ นาโต (NATO) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาเพื่อความร่วมมือในการรักษาความสงบ ประเทศเบลเยียมมีการปกครองที่ซ้ำซ้อนเนื่องมาจากมีความหลากหลายทางภาษาค่อนข้างสูง ประเทศเบลเยียมแบ่งออกเป็นสองภูมิภาคใหญ่ๆ ได้แก่ ฟลานเดอร์ และวัลโลเนีย เมืองบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเบลเยียม ตั้งอยู่ทางฝั่งของฟลานเดอร์ นอกจากนี้ยังมีชุมชนที่พูดภาษาเยอรมันในทางตะวันออกของวัลโลเนียด้วยคำว่าเบลเยียม (Belgium ในภาษาอังกฤษ Belgi? และ Belgique ในภาษาดัตช์และฝรั่งเศส) มีที่มาจาก Gallia Belgica ซึ่งเป็นจังหวัดในยุคโรมัน มีกลุ่มชาว Belgae อาศัยอยู่

 

 

ประวัติศาสตร์

              มีหลักฐานการดำรงอยู่ของชุมชนโบราณมานานมากกว่า 2,000 ปีโดยขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณในถ้ำตอนกลางของประเทศริมฝั่งแม่น้ำเมิส (la Meuse) ในปีพ.ศ. 600 จูเลียส ซีซาร์ขยายอำนาจของจักรวรรดิโรมันมายังดินแดนเบลเยียม โดยเอาชนะชนเผ่าเซลติกที่ชื่อ Belgae และก่อตั้งเป็นจังหวัด Gallia Belgica
               ต่อมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 10 ดินแดนแถบนี้ก็ตกไปอยู่ในการควบคุมของชนเผ่าแฟรงก์ ก่อตั้งราชวงศ์เมโรแวงเจีย พระเจ้าโคลวิสที่ 1 ทรงรับคริสต์ศาสนาเข้ามาสู่อาณาจักร หลังจากยุคของโคลวิสแล้ว อาณาจักรของพวกแฟรงก์ก็เริ่มแตก จนกระทั่งถึงยุคของพระเจ้าชาร์เลอมาญ ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่ปีพ.ศ. 1311 จนถึง 1357 ซึ่งได้รวบรวมอาณาจักรแฟรงก์ ปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรป หลังจากพระเจ้าชาร์เลอมาญสิ้นพระชนม์ อาณาจักรก็ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ หลังจากการอภิเษกสมรสของพระนางแมรีแห่งเบอร์กันดีกับเจ้าชายมักซิมิลันจากราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ซึ่งต่อมาขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนเบลเยียมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนเธอร์แลนด์ได้ตกทอดไปถึงพระเจ้าชาลส์ที่ 1 แห่งสเปน พระนัดดาของพระเจ้ามักซิมิลัน
               ในรัชสมัยของพระเจ้าเฟลิเปที่ 2 แห่งสเปน พระราชโอรสของพระเจ้าชาลส์ ได้เกิดความขัดแย้งทางศาสนาระหว่างนิกายโรมันคาทอลิกและนิกายโปรเตสแตนต์ โดยพระเจ้าเฟลิเปพยายามที่จะปราบปรามนิกายโปรเตสแตนต์ ซึ่งเป็นนิกายที่รวมตัวกันเป็นสาธารณรัฐเนเธอร์แลนด์ ต่อมา ฝรั่งเศสได้ขึ้นเป็นมหาอำนาจในยุโรป พื้นที่ประเทศต่ำได้เป็นสนามรบ เบลเยียมได้เปลี่ยนมือไปยังออสเตรีย จนกระทั่งหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 1ได้ยึดเบลเยียมในปีพ.ศ. 2338 ทำให้ยุติการปกครองของสเปนและออสเตรียในบริเวณนี้ หลังจากการสิ้นสุดของจักรวรรดิฝรั่งเศสของนโปเลียนกลุ่มประเทศต่ำได้รวมกันอีกครั้งเป็นสหราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ในปีพ.ศ. 2358เบลเยียมได้รับคองโกเป็นอาณานิคมในปีพ.ศ. 2451 จากที่เคยเป็นดินแดนส่วนพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 2 เยอรมนีเข้ารุกรานเบลเยียม
                ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เบลเยียมเข้าครอบครองรวันดา-อุรุนดี (ปัจจุบันคือประเทศรวันดาและบุรุนดี) ซึ่งเป็นอาณานิคมของเยอรมนีในช่วงสงคราม เบลเยียมถูกรุกรานจากเยอรนีอีกครั้งในสงครามโลกครั้งที่สอง จนกระทั่งถูกปลดปล่อยโดยกองทัพสัมพันธมิตร คองโกได้รับเอกราชในปีพ.ศ. 2503 หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง เบลเยียมเข้าร่วมนาโต ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่บรัสเซลส์ และจัดตั้งกลุ่มเบเนลักซ์ร่วมกับเนเธอร์แลนด์และลักเซมเบิร์ก[1] เบลเยียมเป็นหนึ่งในหกสมาชิกก่อตั้งของประชาคมถ่านหินและเหล็กยุโรปในปีพ.ศ. 2494 และในปีพ.ศ. 2500 ก่อตั้งประชาคมพลังงานปรมาณูยุโรปและประชาคมเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งต่อมาคือสหภาพยุโรป เบลเยียมเป็นที่ตั้งของหน่วยงานหลายอย่างของสหภาพ อาทิเช่น คณะกรรมาธิการยุโรป คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป เป็นต้น

 

ที่เที่ยวที่น่าสนใจ