อิตาลี Share
|
อิตาลี (Italy) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐอิตาลี (Italian Republic) (ภาษาอิตาลี: Italia, IPA: /i'talja/ ) เป็นประเทศในยุโรปใต้ ประกอบด้วยคาบสมุทรที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าบูต และอีก 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลี (Sicily) และ เกาะซาร์ดีเนีย (Sardinia) และมีพรมแดนตอนเหนือในเทือกเขาแอลป์ ร่วมกับประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และสโลวีเนีย เป็นประเทศสมาชิกก่อตั้งของสหภาพยุโรป และเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ นาโต และกลุ่มจี 8 |
|

ประวัติ
ยุคโบราณ
คาบสมุทรอิตาลีมีมนุษย์อาศัยตั้งแต่ยุคหินเก่า ดินแดนลุ่มแม่น้ำไทเบอร์เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลตั้งแต่เมื่อประมาณ 5 หมื่นปีที่แล้ว และด้วยอิตาลีนั้นตั้งอยู่บนคาบสมุทรในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งมีอารยธรรมโบราณกล่าวคือ อารยธรรมมิโนนและไมซีเนียน อารยธรรมที่เกี่ยวพันกับอารยธรรมกรีกโบราณ อิตาลีเป็นประเทศที่มีอารยธรรมมาช้านานและแผ่ขยายดินแดนอื่นๆ ในทวีปยุโรป
ในช่วง 1,600 ปีก่อนคริต์ศักราช พวกอีตรัสกัน (Etruscan) จากเอเชียไมเนอร์ก็ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณที่เป็นแคว้นตอสกานาในปัจจุบัน พร้อมกับนำอารยธรรมกรีกเข้ามาเผยแพร่ ส่วนพวกกรีกเองก็ได้เดินทางมาตั้งอาณานิคมชื่อว่า “แมกนากราเซีย” (Magna Graecia) ในตอนใต้ของอิตาลีใน 800 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณตั้งแต่เมืองนาโปลี จนถึงเกาะซิชิเลีย
ในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช พวกอีตรัสกันได้มีอำนาจปกครองดินแดนตั้งแต่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรอิตาลีตั้งแต่หุบเขาโป จนถึงบริเวณเมืองนาโปลี และดินแดนรอบๆ กรุงโรม ขณะเดียวกันชนเผ่าอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรอิตาลีก็รวมตัวกันจัดตั้งเป็น “นครรัฐ” ขึ้น เพื่อต่อต้านการขยายตัวและอำนาจของพวกอีตรัสกันและกรีก ชนเผ่าที่สำคัญในการต่อต้านอำนาจเหล่านี้ได้แก่พวกละติน หรือโรมัน ซึ่งเมื่อถึง 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช พวกละตินก็ได้มีอำนาจเหนือดินแดนอิตาลี เกาะซาร์ดิเนียและซิซิเลีย ทั้งหมดแล้ว
ใน 27 ปีก่อนคริสต์ศักราช โรมได้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสาธารณรัฐเป็นระบอบจักรวรรดิ โดยมีจักรพรรดิออกตาเวียน (Octavian) เป็นจักรพรรดิพระองค์แรก นครหลวงแห่งนี้ได้เจริญถึงขีดสุดและสามารถขยายอำนาจปกครองอิทธิพลไปทั่วทั้งยุโรป และบริเวณรายรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการค้าและความเจริญในด้านวัฒนธรรมและศิลปวิทยาการแขนงต่างๆ แทนกรีกที่ได้ถดถอยลง ระหว่างปี ค.ศ. 96 – 180 เป็นช่วงระยะเวลาแห่งความเจริญรุ่งเรืองของจักรพรรดิที่ปกครอง 5 พระองค์ แต่หลังจากนั้น โรมต้องประสบปัญหาทั้งในทุกๆด้าน รวมไปถึงการรุกรานของพวกอนารยชน รวมทั้งการเสื่อมโทรมทางศีลธรรมจรรยา ใน พ.ศ. 855 (ค.ศ. 312) จักรพรรดิคอนสแตนติน ทรงยอมรับคริสต์ศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งมีผลให้คริสต์ศาสนามีโอกาสได้เผยแพร่ไปทั่วดินแดนที่อยู่ใต้อานัติของโรม
ในคริสต์ศตวรรษที่ 5 จักรวรรดิโรมันและกรุงโรมได้ถูกพวกอนารยชนเยอรมันเข้าปล้นสะดม ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 1019 (ค.ศ. 476) จักรพรรดิโรมันพระองค์สุดท้ายก็ถูกพวกอนารยชนขับออกจากบัลลังก์ นับเป็นการสิ้นสุดจักรวรรดิโรมันตะวันตก ประวัติศาสตร์โลกสมัยโบราณ และโลกตะวันตกก็เข้าสู่ยุคกลาง
ยุคกลาง
ในช่วงต้นของยุคกลาง ดินแดนต่างๆ ในยุโรปได้ตกอยู่ในสภาวะระส่ำระส่ายที่บ้านเมืองขาดผู้นำ ระบบการเมือง เศรษฐกิจและสังคมถูกทำลาย แต่ในขณะเดียวกันบิชอบแห่งโรม ก็ได้สามารถสถาปนาอำนาจสูงสุดในคริสตจักรซึ่งต่อมาคือ“สันตะปาปา” และสามารถจัดตั้งรัฐสันตะปาปา อีกทั้งยังเป็นผผู้สืบทอดอารยธรรมโรมันที่ยังหลงเหลืองให้คงอยู่ต่อไป อย่างไรก็ดี แม้นครรัฐต่างๆ ในคาบสมุทรอิตาลีจะขาดเอกภาพทางการเมือง แต่นครรัฐเหล่านั้นยังเป็นศูนย์กลางของความเจริญมั่งคั่งและการฟื้นตัวของศิลปะและวัฒนธรรมของยุโรป
ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 อิตาลีได้ประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูศิลปวิทยาการของอารยธรรมกรีกและโรมัน (ยุคเรอเนซองส์) และเป็นผู้นำของลัทธิมนุษยนิยม ในขณะที่ประเทศต่างๆในยุโรปยังตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบศักดินาหรือฟิวดัล แต่เมื่อเข้าปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 อิตาลีได้ตกเป็นสมรภูมิแย่งชิอำนาจงระหว่างฝรั่งเศส สเปน และออสเตรีย กล่าวคือเมื่อปี ค.ศ. 1494 พระเจ้าชาร์ลที่ 8 แห่งฝรั่งเศสได้เปิดการโจมตีคาบสมุทร ซึ่งได้ดำเนินเรื่อยมาถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และการโจมตีเพื่อแย่งการเป็นเจ้าของระหว่างฝรั่งเศสและสเปน
การแบ่งเขตการปกครอง
สาธารณรัฐอิตาลีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 15 แคว้น (เรโจนี - Regioni) และ 5 แคว้นปกครองตนเอง* (เรโจนีเอาโตโนเม - Regioni autonome) ได้แก่
|
เขตการปกครองในประเทศอิตาลี |
||||
|
ที่ |
ชื่อ |
เมืองเอก |
พื้นที่ (km²) |
ประชากร |
|
1. |
อาบรุซโซ (Abruzzo) |
ลากวีลา (L'Aquila) |
10,794 |
1,305,000 |
|
2. |
บาซีลิกาตา (Basilicata) |
โปเตนซา (Potenza) |
9,992 |
594,000 |
|
3. |
กาลาเบรีย (Calabria) |
กาตันซาโร (Catanzaro) |
15,080 |
2,004,000 |
|
4. |
กัมปาเนีย (Campania) |
นาโปลี (เนเปิลส์)(Napoli, Naples) |
13,595 |
5,790,000 |
|
5. |
เอมีเลีย-โรมานญา (Emilia-Romagna) |
โบโลนยา (Bologna) |
22,124 |
4,187,000 |
|
6. |
ฟรีอูลี-เวเนเซียจูเลีย* (Friuli-Venezia Giulia) |
ตรีเอสเต (Trieste) |
7,855 |
1,208,000 |
|
7. |
ลาซิโอ (Lazio) |
โรมา (โรม) |
17,207 |
5,304,000 |
|
8. |
ลิกูเรีย (Liguria) |
เจโนวา (เจนัว) |
85,421 |
1,610,000 |
|
9. |
ลอมบาร์เดีย (Lombardia, Lombardy) |
มิลาโน (มิลาน) |
23,861 |
9,475,000 |
|
10. |
มาร์เก (Marche) |
อังโกนา (Ancona) |
9,694 |
1,528,000 |
|
11. |
โมลีเซ (Molise) |
กัมโปบัสโซ (Campobasso) |
4,438 |
320,000 |
|
12. |
ปิเอมอนเต (Piemonte, Piedmont) |
โตรีโน (ตูริน) |
25,399 |
4,341,000 |
|
13. |
ปูเกลีย (Puglia, Apulia) |
บารี (Bari) |
19,362 |
4,071,000 |
|
14. |
ซาร์เดนญา* (Sardegna, Sardinia) |
กาลยารี (Cagliari) |
24,090 |
1,655,000 |
|
15. |
วัลเลดอสต์* (Vallée d'Aoste, Aosta Valley) |
อาออสตา (Aosta) |
3,263 |
123,000 |
|
16. |
ตอสกานา (Toscana, Tuscany) |
ฟีเรนเซ (ฟลอเรนซ์) |
22,997 |
3,619,000 |
|
17. |
เตรนตีโน-อัลโตอาดีเจ/ซึดทิโรล* |
เตรนโต (Trento) |
13,607 |
985,000 |
|
18. |
อุมเบรีย (Umbria) |
เปรูจา (Perugia) |
8,456 |
867,000 |
|
19. |
ซิซีเลีย* (Sicilia, Sicily) |
ปาแลร์โม (Palermo) |
25,708 |
5,017,000 |
|
20. |
เวเนโต (Veneto) |
เวเนเซีย (เวนิส) |
18,391 |
4,738,000 |
|
|
||||
ภูมิประเทศ
ประเทศอิตาลีมีเทือกเขาสำคัญอยู่ 2 แห่งคือ เทือกเขาแอลป์ และ เทือกเขาแอพเพนไนน์






















บริษัท ทัวร์ต่างประเทศ จำกัด