มาเก๊า…เมืองแห่งมรดกโลก

มาเก๊าเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ที่ไม่ว่านักเสี่ยงโชคนักท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งนักช็อป ต่างต้องการไปเยือนให้ได้ซักครั้งในชีวิต แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าบนพื้นที่เล็กๆ ของเมืองมาเก๊าจะประกอบไปด้วยมรดกโลกกว่า 25 แห่ง จนได้รับฉายาว่า “เมืองแห่งมรดกโลก”

มาเก๊า เป็นเขตปกครองพิเศษที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของประเทศจีน มีพื้นที่เพียง 29.5 ตารางกิโลเมตร โดยในปี พ.ศ. 2430 จีนได้ยกมาเก๊าให้แก่โปรตุเกส เพื่อเป็นการตอบแทนที่โปรตุเกสช่วยจีนการปราบปรามโจรสลัด ในเขตทะเลจีนใต้ ก่อนที่จะได้รับการส่งมอบกลับคืนสู่ประเทศจีน เมื่อปี ค.ศ.1999 ทำให้สถานที่ต่างๆ ภายในเมืองมาเก๊ามีทั้งสถาปัตยกรรมแบบจีนที่ผสมผสานกับแบบยุโรปดั้งเดิม ด้วยเหตุนี้เองมรดกโลกภายในเมืองมาเก๊าจึงมีทั้งวัฒนธรรมตะวันตก และตะวันออกภายในพื้นที่เล็กๆ ของเมืองแห่งนี้ วันนี้ของแนะนำมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ

วัดอาม่า

วัดอาม่า

วัดอาม่า หรือวัดเจ้าแม่ทับทิม สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์หมิง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองเจ้าแม่มาจู๋หรือเทพธิดาแห่งท้องทะเล ซึ่งปกปักษ์รักษาชาวประมงรวมถึงคนเดินเรือในเมือง วัดตั้งอยู่บนหน้าผา มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม  มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมจีนแบบดั้งเดิม

Senado Square

Senado Square

จัตุรัสเซนาโด้ เป็นแหล่งย่านการค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกาะมาเก๊า มีร้านค้าและสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย เปิดให้บริการทั้งในเวลากลางวันและเวลากลางคืน โดยเฉพาะเวลากลางคืนจะมีการประดับตกแต่งด้วยแสงไฟงดงาม อาคารบริเวณโดยรอบสร้างในสมัยโปรตุเกส เป็นอาคารสไตร์ยุโรปหลากสีสัน ที่ตั้งอยู่ติดกับถนนคนเดินที่ปูด้วยหินปูถนนสวยงาม

โบสถ์เซนต์โดมินิค

โบสถ์เซนต์โดมินิค

โบสถ์เซนต์โดมินิค ตั้งอยู่กลางจัตุรัสเซนาโด้ สร้างโดย 3 บาทหลวงนิกายโดมินิกันชาวสเปน ในปี ค.ศ. 1587 ซึ่งหนังสือพิมพ์ภาษาโปรตุเกสฉบับแรกได้มีการตีพิมพ์ที่โบสถ์แห่งนี้ ในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 1822 ส่วนหอระฆังด้านหลังมีการปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก ซึ่งจัดแสดงงานศิลปะประมาณ 300 ชิ้น

ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล

ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล

ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊าก็ว่าได้ ถือเป็นสถานที่ที่มีความสวยงาม เป็นมหาวิหารทางศาสนาแห่งแรกในตะวันออก สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1602 เสร็จในปีค.ศ. 1637 ออกแบบโดยพระนิกายเยซูอิตชาวอิตาเลียนโดยความช่วยเหลือของคริสเตียนชาวญี่ปุ่น  เป็นโบสถ์คาทอลิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวลานั้น  แต่ในปีค.ศ. 1835 เกิดเหตุเพลิงไหม้เริ่มจนตัวอาคารโบสถ์พังทลายจนหมด โดยเหลือไว้เพียงแค่ด้านหน้าของตึกที่มีรายละเอียดของสถาปัตยกรรม ส่วนของบันไดทางขึ้น และบางส่วนของกำแพง เท่านั้น

ค่ายทหารมูริช

ค่ายทหารมูริช

ค่ายทหารมูริช มีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิคที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบโมกุล(อารยธรรมอินเดีย)ผสมผสานเข้าด้วยกัน ค่ายแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1874 เพื่อรองรับกรมทหารอินเดียที่มาเสริมกำลังให้ตำรวจท้องถิ่นในมา เก๊า ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ถูกใช้เป็นสำนักงานขนส่งทางทะเลและทางน้ำ

จตุรัสลีเลา

จตุรัสลีเลา

จัตุรัสลีเลา อาคารโดยรอบจัตุรัสแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นอพาร์ตเมนต์ ที่ออกแบบและตกแต่งตามสไตล์โปรตุเกส ซึ่งให้บรรยากาศแบบยุโรปตอนใต้ นอกจากนี้น้ำบาดาลที่จัตุรัสลีเลาแห่งนี้ ยังมีความเชื่อว่า “ผู้ใดที่ดื่มน้ำจากลีเลาแล้วจะไม่มีวันลืมมาเก๊า หากไม่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นี่ ก็จะต้องกลับมาอีกครั้ง”

บ้านแมนดาริน

บ้านแมนดาริน

บ้านแมนดาริน สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1869 โดยนักประพันธ์จีนนามว่า เฉิง กวนยิง เพื่อเป็นตัวอย่างของบ้านชาวจีนโบราณในเมืองมาเก๊าแห่งนี้ โดยมีลักษณะเป็นบ้านแบบจีน ที่ประกอบไปด้วยเรือนหลายหลัง มีอาณาบริเวณ ซึ่งแสดงถึงการผสมผสานระหว่างรายละเอียดของความเป็นจีน กับความเป็นตะวันตก เช่นการใช้อิฐสีเทาประดับโค้งประตู หรือหน้าต่างระแนงทำจากไม้ซุงประดับด้วยแผ่นกระดานสี่เหลี่ยมกรุมุกด้วยลวด ลายแบบอินเดีย

โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์

โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์

โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์ ถูกสร้างขึ้นเมื่อตอนกลางศตวรรษที่ 16 ด้วยโครงสร้างสไตล์นีโอคลาสสิก และการตกแต่งแบบบารอก โดยนักบวชเยซูอิต ตั้งอยู่ริมทะเลทางชายฝั่งตอนใต้ของมาเก๊า เป็นหนึ่งในสามของโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดมาเก๊า  แต่ที่เห็นสวยงามอยู่อย่างทุกวันนี้เนื่องมาจากผ่านการบูรณะมาแล้ว ปี ค.ศ. 1846 นอกจากนี้โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์ ยังเป็นสถานที่ที่ครอบครัวของกะลาสีเคยใช้เป็นที่รวมตัวกันด้านหน้าบันไดโบสถ์เพื่อสวดมนต์ และเฝ้ารอการกลับมาของคนรัก จึงเรียกกันว่า เฟงชุนแทง (หอสายลมปลอบประโลม)

โรงเรียนสอนศาสนาและโบสถ์เซนต์โจเซฟ

โรงเรียนสอนศาสนาและโบสถ์เซนต์โจเซฟ

โรงเรียนสอนศาสนาและโบสถ์เซนต์โจเซฟ โรงเรียนสอนศาสนาเซนต์โจเซฟ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1728 และยังเป็นฐานที่ตั้งสำคัญในอดีตของพวกมิชชันนารี ที่ทำงานสอนศาสนาในประเทศจีน ญี่ปุ่น และบริเวณใกล้เคียง โดยโรงเรียนสอนศาสนาเซนต์โจเซฟมีการสอนหลักสูตรที่เทียบเท่ามหาวิทยาลัย ถัดไปจากโรงเรียนสอนศาสนาคือโบสถ์เซนต์โจเซฟซึ่งถูกก่อสร้างขึ้น ในปี ค.ศ. 1758 ซึ่งเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมบารอกในจีน

จัตุรัสเซนต์ออกัสติน

จัตุรัสเซนต์ออกัสติน

จัตุรัสเซนต์ออกัสติน มีทางเดินที่ปูด้วยหินกลมซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงถนนแบบโปรตุเกสโบราณ ภายในจัตุรัสประกอบด้วยอาคารต่างๆ เช่น โบสถ์เซนต์ออกัสติน โรงละครดอมเปโดรที่ห้า โรงเรียนสอนศาสนาเซนต์โจเซฟ และหอสมุดเซอร์โรเบิร์ตโฮตุง

โรงละครดอมเปโดรที่ห้า

โรงละครดอมเปโดรที่ห้า

โรงละครดอมเปโดรที่ห้า สร้างขึ้นในสไตล์นีโอคลาสิค ซึ่งถือเป็นโรงละครแบบตะวันตกแห่งแรกในจีน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1860 ถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมสำคัญที่สุดสำหรับชุมชนชาวมาเก๊า ภายในสามารถจุผู้ชมได้ 300 คน ปัจจุบันก็ยังคงมีการจัดแสดงงานสำคัญ และการเฉลิมฉลองต่างๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลดนตรีนานาชาติของมาเก๊า

หอสมุดเซอร์โรเบิร์ตโฮตุง

หอสมุดเซอร์โรเบิร์ตโฮตุง

หอสมุดเซอร์โรเบิร์ตโฮตุ แต่เดิมสถานที่นี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1591 เพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศของเซอร์ โรเบิร์ต โฮตุง พ่อค้าผู้ร่ำรวยชาวฮ่องกง แต่เมื่อเขาเสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1955 แต่ก่อนท่านเสียชีวิตได้ระบุไว้ในพินัยกรรมไว้ว่า ให้มอบอาคารหลังนี้ให้กับรัฐบาลมาเก๊าเพื่อให้ดัดแปลงเป็นหอสมุดสาธารณะ หอสมุดแห่งนี้ถึงใช้ชื่อว่า หอสมุดเซอร์โรเบิร์ตโฮตุ เพื่อเป็นเกียรติแก่ เซอร์ โรเบิร์ต โฮตุง

โบสถ์เซนต์ออกัสติน

โบสถ์เซนต์ออกัสติน

โบสถ์เซนต์ออกัสติน ถูกสร้างขึ้นโดยนักบุญออกัสติเนียนชาวสเปน ในปี ค.ศ. 1591แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยมานาน แต่โบสถ์แห่งนี้ก็ยังคงรักษาประเพณีเดิม ของการเป็นสถานที่จัดงานขบวนแห่อีสเตอร์ ซึ่งในทุกปีจะมีผู้เข้าร่วมขบวนหลายพันคน โบสถ์แห่งนี้ยังถูกเรียกอีกชื่อว่า หลงซงหมิว (วัดมังกรหนวดยาว) เนื่องจากในอดีต ขณะที่ฝนตกหนักบาทหลวงได้ใช้ใบปาล์มมาวางบนหลังคาเพื่อกันฝน มองจากไกลๆ จะเห็นว่าใบปาล์มเหล่านี้เหมือนหนวดมังกรที่ปลิวไปตามลม

อาคาร 'ลีล เซนาโด'

อาคาร ‘ลีล เซนาโด’

อาคารลีล เซนาโด ถือเป็นหอประชุมเทศบาลมาเก๊าแห่งแรก และยังมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1784 ชื่อลีล เซนาโด้ แปลว่า วุฒิสภาผู้ภักดี โดยกษัตริย์ดอม จอห์นที่ 4 แห่งโปรตุเกสเป็นผู้พระราชทานให้ ในปี ค.ศ. 1654 อาคารแห่งนี้ออกแบบสไตล์นีโอคลาสสิก แม้ว่าจะผ่านการบูรณะมาแล้ว แต่ก็ได้สงวนกำแพงหลักและแผนผังเดิมเอาไว้ รวมถึงสวนด้านหลังอาคารด้วย

วัดซำไก วุยคุน หรือ วัดกวนไท

วัดซำไก วุยคุน หรือ วัดกวนไท

วัดซำไกวุยคุน (วัดกวนไท) ตั้งอยู่ใกล้ตลาดเซนต์โด ที่รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตก เป็นการแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันได้ของสองวัฒนธรรม วัดนี้ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับสมาคมธุรกิจจีนที่มีมาช้านาน ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหอการค้าจีนในเมือง

สำนักแห่งความเมตตา

สำนักแห่งความเมตตา

สำนักแห่งความเมตตา สถาบันนี้จำลองแบบมาจากองค์กรการกุศลที่เก่าแก่และสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่ง ในโปรตุเกสซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นมาครั้งแรกโดยบิชอปองค์แรกของมาเก๊าในปี ค.ศ. 1569 นับว่าเป็นการก่อตั้งคลินิกการแพทย์แบบตะวันตกแห่งแรกในมาเก๊า และโครงสร้างสวัสดิการสังคมอื่นๆ ที่ยังคงให้บริการอยู่ทุกวันนี้  อาคารนี้เป็นอาคารแบบนีโอคลาสสิคในสถาปัตยกรรมโดยรวม แต่ก็มีความเป็นแมนเนอริสต์อยู่เล็กน้อย

พระวิหาร

พระวิหาร

พระวิหาร แห่งนี้สร้างขึ้นโดยใช้ไทปา(วัสดุผสมระหว่างดินกับฟาง) ซึ่งแล้วเสร์จในปี ค.ศ. 1622 และได้มีการปฏิสังขรณ์ในปี ค.ศ. 1780 บริเวณด้านหน้าของพระวิหารโดดเด่นด้วยเสาฝาผนัง และหอระฆังคู่ ภายนอกอาคารหล่อด้วยปูนปลาสเตอร์จากเซี่ยงไฮ้ทำให้อาคารดูหนักแน่นแข็งแรง

คฤหาสน์หลู่เกา

คฤหาสน์หลู่เกา

คฤหาสน์หลู่เกา แห่งนี้เคยเป็นบ้านของพ่อค้าชาวจีนที่ร่ำรวย ว่ากันว่าถูกก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1889 ตัวอาคารก่อด้วยอิฐสีเทาแบบโบราณ และมีสถาปัตยกรรมแบบซิกวนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบ้านพักอาศัยแบบจีนดั้งเดิม โดยตั้งเคียงคู่กับจัตุรัสเซนาโด และจัตุรัสพระวิหารได้อย่างกลมกลืน

วัดนาช่า

วัดนาช่า

วัดนาช่า เป็นโบสถ์จีนโบราณเล็กๆ ที่ถูกก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1888 เพื่อสักการะนาช่า โดยตั้งอยู่ใกล้กับซากองค์กรเจซูอิตที่สำคัญประจำภูมิภาค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงตรรกะแห่งอุดมคติของชาติตะวันตกและชาวจีน ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของวัฒนธรรมที่หลากหลาย และอิสรภาพทางศาสนาในมาเก๊า

ส่วนของกำแพงเมืองเก่า

ส่วนของกำแพงเมืองเก่า

ส่วนของกำแพงเมืองเก่า นี้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1569 โดยเป็นการก่อสร้างแบบโปรตุเกส ซึ่งเป็นหลักฐานในการแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างเทคนิค และวัสดุในท้องถิ่นโดยเฉพาะของแข็งที่เรียกว่า ชูนัมโบ (เป็นส่วนผสมที่ละเอียดระหว่างดินเหนียว ดิน ทราย ฟางข้าว หินบด และเปลือกหอยที่อัดกันจนแน่นเป็นชั้นๆ)

ป้อมปราการเมาท์ฟอร์เทรส

ป้อมปราการเมาท์ฟอร์เทรส

ป้อมปราการเมาท์ ฟอร์เทรส นี้เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของเมือง ทำให้ภายในป้อมปราการมีทั้งปืนใหญ่ บ่อน้ำ คลังอาวุธที่สามารถเก็บอาวุธยุทธภัณฑ์ และเสบียงที่เพียงพอต่อการถูกโอบล้อมเมืองได้ถึงสองปี ป้อมปราการถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1617 – 1626 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตรเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู

โบสถ์เซนต์แอนโทนี่

โบสถ์เซนต์แอนโทนี่

โบสถ์เซนต์แอนโทนี เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊าแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นด้วยไม้ไผ่และไม้ ก่อนปี ค.ศ. 1560 ภายหลังได้ถูกบูรณะใหม่ด้วยหินหลายครั้ง แต่ยังพยายามคงลักษณะเดิมไว้ ทำให้รูปลักษณ์และขนาดในปัจจุบันนั้น เหมือนอยู่ใน ปี ค.ศ. 1930 โบสถ์แห่งนี้ยังมีชื่อจีนว่า ฟาวองทอง (โบสถ์ดอกไม้) เนื่องจากสมัยก่อนชาวโปรตุเกสมักจะมาจัดพิธีแต่งงานกันที่นี่

สวนคาชา

สวนคาชา

สวนคาซา ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1770 เจ้าของเดิมคือพ่อค้าชาวโปรตุเกสที่ร่ำรวย ชื่อว่ามานูเอล เปโรร่า ต่อมาบริษัทอีสต์อินเดียนได้เช่าเป็นสำนักงาน ปัจจุบันบ้านหลังนี้ได้กลายเป็นสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิโอเรียนตัล        

สุสานโปรเตสแตนต์

สุสานโปรเตสแตนต์

สุสานโปรเตสแตนต์ ตั้งอยู่ใกล้สวนคาซา สุสานแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของชุมชนชาวโปรแตสแตนต์ในมาเก๊า นอกจากนี้ภายในบริเวณยังมีหอสวดมอร์ริสัน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1821 เพื่อเป็นเกียรติกับโรเบิร์ต มอร์ริสัน และร่างของศิลปินชาวอังกฤษชื่อ จอร์จ ชินเนอรี ซึ่งถูกฝังอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับบุคคลสำคัญอื่นๆ

ป้อมปราการเกีย

ป้อมปราการเกีย

ปราการเกีย และประภาคารเกีย ป้อมปราการสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1622-1638 ภายในเป็นที่ตั้งของหอสวดที่บอกเล่าเรื่องราวของทั้งจีนและตะวันตก ด้วยลักษณะเด่นของศาสนาและแรงดลใจจากเทพนิยาย ถือเป็นสถานที่ที่แสดงถึงความกลมกลืนของวัฒนธรรมต่างๆ ในมาเก๊า ส่วนประภาคารเกีย สร้างเมื่อ ค.ศ. 1865 ถือเป็นประภาคารสมัยใหม่แห่งแรกที่สร้างขึ้นบนชายฝั่งจีน นอกจากนี้ทั้งปราการเกียและประภาคาร ต่างเป็นสัญลักษณ์ทางการเดินเรือ การทหาร และศาสนา ในอดีต

ท่านที่เคยไปเยือนมรดกโลกจากที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก คงพลาดไม่ได้สักครั้งที่จะต้องไปเที่ยวมาเก๊า เมืองที่มีมรดกโลกกว่า 25 จนได้รับการขนานนามว่า “มาเก๊า… เมืองแห่งมรดกโลก”

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิ้ง

http://th.macautourism.gov.mo/sightseeing/sightseeing.php?c=10

www.mfa.go.th/main/th/world/70/10274-เขตบริหารพิเศษมาเก๊า.html

Author: ben_salivary

Share This Post On

ขอรายการหรือสอบถามเพื่มเติมได้เลยนะครับ..

Your email address will not be published. Required fields are marked *