เสฉวน Share

มณฑลซื่อชวน หรือ เสฉวน เป็นภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ช่วงตอนบนของแม่น้ำแยงซีเกียง ตอนกลางเป็นที่ราบแอ่งกระทะ คือพื้นที่โดยรอบถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง 4 ด้าน ตรงกลางเป็นที่ราบ ลักษณะภูมิอากาศอบอุ่นไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป มีพื้นที่โดยรวมกว่า 485,000 ตร.กม. มีแม่น้ำน้อยใหญ่พาดผ่านมากมาย จึงทำให้เสฉวนเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และมีภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการทำเกษตร อีกทั้งยังเลื่องชื่อในเรื่องความงดงามทางธรรมชาติอันเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนไม่ขาดสาย ไม่เท่านั้นเสฉวนยังประกอบด้วยชนกลุ่มน้อยหลายเผ่าที่มีวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเองที่น่าสนใจ
ภูมิประเทศมีลักษณะหลากหลายซับซ้อนมาก ด้านตะวันตกเป็นพื้นที่สูง ด้านตะวันออกลาดลงต่ำ ซึ่งจำแนกออกเป็น4 เขตได้แก่

       เขตพื้นที่ราบต่ำแอ่งกระทะเสฉวน มีพื้นที่กว้างใหญ่ ติดอันดับ 1ใน4 ของพื้นที่แอ่งกระทะใหญ่ของจีน โดยมีพื้นที่ถึง 170,000 ตร.กม. สูงจากระดับน้ำทะเล 300-700 เมตร โอบล้อมด้วยภูเขาสูง ประกอบด้วยที่ราบต่างๆ โดยมีที่ราบเฉิงตู ซึ่งมีพื้นที่ถึง 6,200 ตร.กม. เป็นส่วนที่ใหญ่สุดในมณฑล

      เขตพื้นที่ขอบแอ่งกระทะ โดยมากเป็นพื้นที่ราบสูง และส่วนใหญ่เป็นภูเขาระดับกลางถึงต่ำสูง 1,500 - 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งขอบแอ่งกระทะด้านตะวันตกเฉียงใต้ คือ เขาเอ๋อเหมยซัน(ง๊อไบ) และด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คือเขาที่มีชื่อแห่งลัทธิเต๋า เขาชิงเฉิง ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วทั้งคู่ บริเวณนี้มีที่ราบลุ่มไม่มากนัก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเกษตรของเขตนี้

        เขตเทือกเขาตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ทางตอนกลางของเขาเหิงต้วนซันซึ่งอยู่ทางตะวันออกของที่ราบสูงทิเบต พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและหุบเขา โดยเรียงตัวจากใต้ไปเหนือ ส่วนใหญ่มีความสูงราว 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล และที่ราบร่องน้ำอันหนิงซึ่งอยู่ตอนกลางของพื้นที่ จัดว่าเป็นพื้นที่ราบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของมณฑล โดยมีพื้นที่ประมาณ 960 ตร.กม.

        เขตที่ราบสูงตะวันตกเฉียงเหนือ ได้แก่ ส่วนหนึ่งของเขตตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงทิเบตกับเขาเหิงต้วนซัน ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 4,000-4,500 เมตร แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ที่ราบสูงด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งจะลาดต่ำลงจากตะวันตกไปทางตะวันออก กับเขตภูเขาด้านตะวันตก ซึ่งพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือจะสูง ด้านตะวันออกเฉียงใต้จะต่ำ ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับหนึ่งของมณฑลเสฉวน และเป็นยอดเขาที่มีชื่อในโลก คือ เขาก้งกา มีความสูง 7,556 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นยอดหลักของเทือกเขาต้าเสวี่ยซันที่อยู่ในบริเวณนี้

ภูมิอากาศ

         มณฑลเสฉวนจัดอยู่ในเขตร้อนแถบเอเซีย เนื่องจากความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และอิทธิพลลมมรสุมพัดผ่านตามฤดูต่างๆ ทำให้สภาพอากาศมีความซับซ้อนมาก มีตั้งแต่ลักษณะอากาศแบบเขตร้อนชื้นไปจนถึงแบบหนาวเย็นตลอดปี ทั้งนี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร

       พื้นที่แอ่งกระทะด้านตะวันออกจะมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 14-19 องศาเซลเซียส ส่วนที่ราบสูงด้านตะวันตก หนาวเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 8 องศา เขตที่ราบสูงตอนใต้มีสภาพอากาศแบบเขตร้อน ส่วนที่ราบสูงทางตอนเหนือมีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี

ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า
          ตั้งอยู่ที่เมืองเฉินตู ซึ่งเป็นแพนด้าเลี้ยงหลายสิบตัว รวมทั้งหมีแพนด้าแดง และเป็นบ้านเกิดของช่วงช่วง-หลินฮุ่ย หมีแพนด้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่บ้านเรา หมีแพนด้าเป็นสัตว์ที่พบได้เฉพาะประเทศจีน และเป็นสัตว์คุ้มครอง หมีแพนด้าใช้เวลาส่วนใหญ่กับการนอน แต่ถ้าตื่นขึ้นมาก็จะกินทันที จัดเป็นสัตว์กินจุโดยสามารถกินต้นไผ่ได้วันละ 50 กก.

อุทยานแห่งชาติหวงหลง (มังกรเหลือง)
        ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่จิ่วไจ้ ห่างจากจิ่วไจ้โกว (อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้) กว่า 300 กม. ภายในอาณาเขตปกครองตนเองของชนเผ่าทิเบตกับเผ่าเจียง มณฑลเสฉวน ประกอบด้วยหุบเขาหวงหลง ช่องแคบหว่างเขาตันหยุน สันเขาหิมะ ยอดเขาหิมะเส่ป่า ผางามหงซินหยง หุบเขาตะวันตกซีโกว หยดถ้ำมังกรติสุ่ย รวม 7 ส่วนด้วยกัน มีเนื้อที่ทั้งหมด 700 ตารางกิโลเมตร จุดชมวิวที่สำคัญอยู่ที่หุบผามังกรเหลือง ซึ่งอยู่หลังวัด จะมีสระขนาดใหญ่เป็นขั้นบันได สลับกับน้ำสีเหลืองจากตะกอนแคลเซียมและเกสรดอกไม้ อยู่บนฉากหลังที่เป็นป่าสน เขาหิมะ น้ำตก ซึ่งเกิดจากธรรมชาติสรรสร้างอย่างวิจิตรพิสดาร เมื่อมองจากด้านบนจะดูเหมือนมังกรสีเหลืองขนาดมหึมา จนได้ชื่อว่า "หวงหลง" (มังกรเหลือง) หวงหลงถูกจัดเป็นมรดกโลกในปี 1992 และต่อมาปี 2000 ก็ขึ้นทำเนียบเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าของโลก และเขตท่องเที่ยว และได้ขึ้นอันดับเป็นจักรวาลสีเขียวแห่งศตวรรษที่ 21 ในปี 2002
          ที่มาของหวงหลง กล่าวกันว่า สถานที่แห่งนี้ จักรพรรดิอวี่ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เซี่ย ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของจักรพรรดิผู้ยิ่งยงในประวัติศาสตร์ยุคโบราณของจีนได้เคยมาบรรเทาอุทกภัยที่นี่ โดยมีพาหนะคือมังกรเหลือง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ มังกรเหลืองได้ละทิ้งวังมังกรของตนมาพำนักอยู่ยังโลกมนุษย์ และได้สร้าง ‘สระหยก’อันงดงามนี้ขึ้น
          เมื่อถึงสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 – 1644) ได้มีการก่อสร้างวัดหวงหลงขึ้น เพื่อเซ่นไหว้มังกรเหลือง แต่นั้นมา ความงดงามเป็นเอก ของธารน้ำหวงหลงจึงได้อวดสู่สายตาของชาวโลก
อย่างไรก็ตาม จากลักษณะทางกายภาพของอุทยานแห่งชาติหวงหลงที่ประกอบด้วยแนวหินสีเหลืองที่เกิดจากการจับตัวของแคลเซี่ยมแผ่คลุมอยู่โดยทั่วไปบริเวณสันเขา บ้างแปลงกายเป็นสระน้ำหลากสีสันที่ลดหลั่นเรียงตัวกันลงมาเป็นชั้นๆ เมื่อมองจากที่ห่างไกล จึงเห็นราวกับเป็นมังกรทองเหลื่อมสลับลายที่ลดเลี้ยวอยู่ท่ามกลางแมกไม้สีเขียว และเหินหาวสู่ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี

อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้ (จิ่วไจ้โกว)
          ตั้งอยู่ในพื้นที่จิ่วไจ้ หรือ อำเภอหนันผิง เขตปกครองตนเองของชนเผ่าทิเบตและเผ่าเจียงมณฑลเสฉวน
จิ่วไจ้โกว (Jiuzhaigou) แปลว่าลำธารแห่งหมู่บ้านทั้งเก้า ที่มีมาจากหมู่บ้านชาวทิเบตทั้งเก้าที่ตั้งเรียงรายตามริมธารในหุบเขาแห่งนี้ จิ่วไจ้โกวตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของแผ่นดินจีน โดยอยู่บนเทือกเขาบริเวณชายขอบที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ตอนเหนือของมณฑลเสฉวนห่างจากเมืองเฉิงตูประมาณ 430 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันมีเที่ยวบินจากสนามบินชวงหลิว นครเฉินตูไปสนามบินจิ่วไจ้โกว ใช้เวลาบินประมาณ 40 นาที ขณะที่การเดินทางผ่านเส้นทางขุนเขาที่คดเคี้ยว ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง จิ่วไจ้โกวถูกค้นพบโดยคนตัดไม่ที่บุกป่าฝ่าขุนเขาขึ้นไปแล้วบอกต่อกันปากต่อปาก ในที่สุดรัฐบาลก็ทราบและดำเนินการเสนอต่อองค์การยูเนสโกให้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อปี พ.ศ. 2535
          ความโดดเด่นของอุทยานฯจิ่งไจ้โกว มีทั้งหมด 5 สิ่งที่ไม่ควรพลาดชมคือ ภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีเขียวมรกต ป่าเปลี่ยนสี น้ำตกใหญ่ และหมู่บ้านทิเบต จิ่วไจ้ หมายถึง 9 หมู่บ้าน โกว หมายถึง อุทยานแห่งชาติ เนื่องจากมีชนกลุ่มน้อยชาวทิเบตตั้งบ้านเรือนอยู่ 9 หมู่บ้าน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 3 หมู่บ้าน จิ่วไจ้โกว มีเนื้อที่ทั้งหมด 720 ตร.กม. มีลักษณะเป็นหุบเขามหึมา มีทะเลสาบ น้ำตก และสระน้ำธรรมชาติอยู่เรียงราย ว่ากันว่า สุดยอดความงามของขุนเขาต้องไปดูที่เมืองกุ้ยหลิน มณฑลกว่างสี แต่ถ้าเป็นสุดยอดของความงามของสายน้ำทะเลสาบ ต้องจิ่วไจ้โกว ซึ่งความงดงามของสายน้ำที่จิ่วไจ้โกว เกิดจากการสะสมของธาตุแคลเซี่ยมผสมกับซากพืชซึ่งจมอยู่ใต้ท้องน้ำ ทำให้ทะเลสาบและน้ำตกสวยสดใสแปลกตา หากไปจิ่วไจ้โกวในช่วงฤดูหนาว จะเห็นธารน้ำตกแข็งตัว ทะเลสาบสีน้ำเงินผนึกตัวเป็นแผ่นน้ำแข็ง และหิมะปกคลุมยอดเขาและป่าไม้ ดูแปลกตาไปอีกแบบ ปัจจุบัน รัฐบาลจีนได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมจิ่วไจ้โกวทั้งฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาวแล้ว โดยได้จัดทำบันไดไม้ปูลาดเป็นทางยาวเลียบไปกับสายน้ำยาว 49 กม. ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมธรรมชาตอย่างใกล้ชิด อีกทั้งได้จัดรถบัสไว้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเข้าชมอุทยาน ทะเลสาบที่งดงามของจิ่วไจ้โกวที่ไม่ควรพลาดชม คือ ทะเลสาบยาว ทะเลสาบ 5 สี ทะเลสาบหมีแพนด้า ทะเลสาบไม้ไผ่ ทะเลสาบนกยูง ทะเลสาบเสือ ส่วนน้ำตกที่ผมได้ไปชม คือ น้ำตกฝั่งไข่มุก น้ำตกซู่เจิ้น

 

ที่เที่ยวที่น่าสนใจ